การดูแลสุขภาพผิวหน้า

เคล็ดลับการบำรุงผิวในแต่ละวัน

หลังจากที่เราได้เรียนรู้เกียวกับสูตรการทำสปาแบบพื้นฐานที่สามารถทำได้เองที่บ้านไปแล้ว ในเดือนนี้เราก็มีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวในแต่ละวันมาฝากกันเพื่อทำให้คุณมีผิวที่สวยงาม สดใสตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าสมกับเป็นสาวยุคใหม่ เราลองมาสำรวจกันว่า คุณดูแลตัวเองในแต่ละวันได้ตามเคล็ดลับที่ได้ไว้ให้หรือไม่

1.เช็ดล้างเครื่องสำอางออกจากผิวหน้า

สำหรับสาวๆหลายคนอาจจะเข้าใจผิดเรื่องการทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากผิวหน้าด้วยการล้างออกด้วยน้ำเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ถือว่าเป็นความข้าใจผิดอย่างมากเพราะว่าสารประกอบที่ใช้ในการทำเครื่องสำอางประเภทครีมกันแดดจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าประเภท Cleansing หรือ Remover เช็ดเครื่องสำอางออกก่อนการล้างหน้าทุกครั้งซึ่ง Cleansing หรือ Remover จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและสารที่ตกค้างและอุดตันสะสมในผิวออกได้อย่างหมดจด หลังจากนั้นก็ล้างหน้าออกด้วยน้ำสะอาดและ Cleansing แค่นี้คุณก็จะมีผิวหน้าที่สะอาดสดใส

2.ทำความสะอาดผิวด้วยโทนเนอร์

หลังจากที่เราได้ล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณก็ควรที่จะใช้ลำลีชุบโทนเนอร์เช็ดผิวให้ทั่วทั้งใบหน้า วิธีการเช็ดหน้าที่ถูกต้องคือ การเช็ดขึ้นจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบนเพื่อเป็นช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเข้าสู่รูขุมขนและช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

3.ทาครีมบำรุงผิวหน้ากลางวันหรือกลางคืน

หลังจากที่เช็ดหน้าผิวหน้าด้วยโทนเนอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณควรนวดหน้าด้วยนิ้วมือของคุณซึ่งการนวดหน้าจะช่วยกระตุ้นการดูดซึมของเนื้อครีมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดีมากขึ้น

4.การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 PA+++ ขึ้นไป

ในตอนเช้าหลังจากที่เราทาครีมบำรุงผิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวหน้าจากอันตรายของแสงยูวีโดยผลการวิจัยทางการแพทย์ได้ค้นพบว่า ผู้คนส่วนใหญ่ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีจะต้องเผชิญกับแสงยูวีที่เป็นอันตรายต่อผิวมากและความรุนแรงของแสงจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 50-70 ของแสงทั้งหมด การหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนัง ผิวหนังไหม้และการเกิดจุดด่างดำจากเม็ดสีผิวได้

5.ดื่มน้ำสะอาดประมาณ 2 ลิตรต่อวัน

น้ำเป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญอย่ายิ่งต่อร่างกายของคนเราซึ่งร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 60-70 ของเหลวในร่างกายทั้งหมดซึ่งคนเราจะมีการสูญเสียน้ำออกมาจากร่างกายผ่านปัสสาวะและเหงื่อออกจากร่างกายอย่างมากที่สุดประมาณ 2 ลิตร ดังนั้นการดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรจะช่วยรักษาความชุ่มชื่นและความสวยงามให้แก่ผิวหนังได้ดี

6.การทานอาหารและทาครีมที่มีช่วยติอต้านการเกิด Anti-oxidant

สารต่อต้านอนุมูลอิสระจะช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระของเซลล์ในร่างกายที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยบนผิว เพื่อป้องกันการเกิดสารอนุมูลอิสระคุณจำเป็นต้องรับประทานผลไม้สดที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเช่น เบอร์รี่ ทับทิม ชา ส้มโอ อะโวคาโด และแครรอท เป็นต้น และการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารต่อต้านอนุมูลอิสระในผิวก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี

7.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนพักผ่อนให้เพียงพอในตอนกลางคืนและการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวจะช่วยสร้างกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวใหม่ได้ผลดีที่สุด โดยที่คุณภาพของการนอนจะช่วยสร้างการผ่อนคลายและเสริมสร้างสารอาหารให้แก่เซลล์ผิวได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างกระบวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและการเผาผลาญพลังงานในร่างกายอย่างสมดุล ถ้าหากว่าเรามีการนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะส่งผลต่อทำให้ผิวเกิดการอ่อนล้า ความสามารถในการฟื้นฟูและการซ่อมแซมเซลล์ผิวใหม่จะลดลงทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำและหยาบกร้าน เป็นสิวอักเสบได้ง่าย นอกจากนี้มันยังส่งผลทำให้เกิดผิวแพ้ง่ายได้อีกด้วย

8.ออกกำลังวันละ 30 นาที

การออกกำลังกายให้เหงื่อออกเป็นการขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีทางหนึ่งและทำให้ระบบไหลเวียนของเลือด ปอด หัวใจทำงานดีขึ้น ผิวพรรณสวยงาม ช่วยผ่อนคลายความเครียดทำให้นอนหลับสบาย , ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นและช่วยควบคุมน้ำหนักตัว เป็นต้น ถ้าหากว่าคุณได้ทำตามเคล็ดลับที่เรานำฝากกันได้ทุกวัน เราเชื่อว่าคุณจะมีผิวที่สวยสมวัย และมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงตลอดไป

การดูแลสุขภาพช่องปาก

สุขภาพช่องปากที่ดีเป็นอย่างไร
สุขภาพช่องปากที่ดีแสดงให้เห็นได้จากลักษณะและไม่มีกลิ่นปาก ซึ่งรวมถึงลักษณะดังต่อไปนี้

ฟันที่ขาวสะอาดปราศจากคราบ
เหงือกที่ยึดติดกับฟันอย่างแข็งแรง และไม่มีอาการเจ็บหรือเลือดออกขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นปากเกิดขึ้นเป็นประจำ

ถ้าหากเหงือกของคุณมีอาการเจ็บ หรือเลือกออกขณะแปรงฟัน หรือคุณมีปัญหาเรื่องกลิ่นปากมาอย่างต่อเนื่อง ได้เวลาที่คุณจะต้องไปพบทันตแพทย์แล้ว เพราะอาการเหล่านี้บ่งชี้ให้เห็นถึงปัญหาในช่องปาก

ทันตแพทย์จะช่วยสอนให้คุณได้รู้ถึงเทคนิคการรักษาสุขภาพในช่องปากที่ถูกต้อง และช่วยแนะนำถึงพื้นที่บางส่วนในปากของคุณที่จำเป็นต้องมีการดูแลเป็นพิเศษในขณะแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน
ทำอย่างไรเพื่อให้มีสุขภาพช่องปากที่ดี?

การดูแลรักษาสุขภาพของชองปากที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพเหงือกและฟันที่ดี สุขภาพฟันที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณดูดี และรู้สึกดี แต่มันยังช่วยทำให้คุณรับประทานอาหาร และพูดได้ดีขึ้นอีกด้วย สุขภาพช่องปากที่ดีจึงถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

การปกป้องดูแลสุขภาพฟันให้ดีอยู่ทุกวัน ซึ่งรวมถึงการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันที่ถูกวิธีนั้นจะช่วยป้องกันปัญหาก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจนลุกลามใหญ่โต อีกทั้งยังทำไห้ไม่ต้องเผชิญความเจ็บปวด ความวิตกกังวล และใช้ค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการรักษาหลังเกิดปัญหาแล้ว

นอกเหนือจากการไปพบทันตแพทย์เป็นประจำแล้ว ยังมีวิธีง่ายๆที่ช่วยลดการเกิดอาการฟันผุ โรคเหงือก และปัญหาทางทันตกรรมต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังต่อไปนี้

แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ วันละสองเวลา
รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และจำกัดการรับประทานขนมขบเคี้ยวระหว่างมื้ออาหาร
ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เช่น ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ในกรณีที่ได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์
ควบคุมดูแลให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ดื่มน้ำที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ หรือรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ในกรณีที่เด็กเหล่านั้นอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งฟลูออไรด์ธรรมชาติ
การแปรงฟันที่ถูกวิธี

เอียงแปรงสีฟันให้ทำมุม 45 องศากับรอยต่อของฟันและเหงือก และแปรงหรือขยับขนแปรง โดยปัดออกจากรอยต่อของฟันและเหงือก
แปรงทั้งด้านนอก ด้านใน และด้านคบเคี้ยวของฟัน โดยขยับแปรงไปมาในแนวนอนสั้นๆ อย่างเบามือ
แปรงลิ้นเบาๆ เพื่อเป็นการกำจัดแบคทีเรีย และเพื่อลมหายใจที่สดชื่นมากขึ้น
การใช้ไหมขัดฟันที่ถูกวิธี

ใช้ไหมขัดฟันความยาวประมาณ 18 นิ้ว และพันรอบนิ้วกลางทั้งสองข้างจนเหลือเนื้อที่สำหรับใช้งานประมาณ 1-2 นิ้ว
เคลื่อนไหมไปมาเบาๆตามซอกและส่วนโค้งของฟัน
ทำความสะอาดจนแน่ใจว่าซอกและรอยต่อของเหงือกและฟันสะอาดดีแล้ว แต่ต้องระวังไม่ให้ไหมบาดเหงือก

น้ำผึ้ง

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง
ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย
ช่วยลดและป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ดูมีน้ำมีนวลเป็นธรรมชาติ
พอกหน้าด้วยน้ำผึ้งช่วยบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ชุ่มชื่นและนุ่มนวล หลังล้างหน้าเสร็จให้นำกล้วยหอมครึ่งลูก นำมาบดผสมรวมกับน้ำผึ้งแล้วยำมาทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
ช่วยบำรุงรักษาผิวหน้าที่แห้งแตกลอกเป็นขุย ด้วยการนำไข่แดง 1 ฟองผสมกับน้ำผึ้งผสม 1 ช้อน คนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก
ช่วยบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำ
ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนัง
ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสวยเงางาม หลังสระผมเสร็จให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ นำมาชโลมให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก
ช่วยบำรุงเสียงให้ใส ลดอาการเจ็บคอ
ช่วยลดสิวเสี้ยน สิวอุดตันบนใบหน้า หลังล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเสร็จแล้ว ให้นำกล้วยหอมครึ่งลูก นำมาบดผสมรวมกับน้ำผึ้งแล้วยำมาทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
นิยมนำมาใช้ผสมในเครื่องต่าง ๆ เช่น นม ชา กาแฟ โยเกิร์ต น้ำมะนาว หรือแม้กระทั่งเบียร์หรือไวน์
นำมาใช้เป็นส่วนผสมในขนมหวานต่าง ๆ หรือผลิตภัณฑ์ธัญญพืชต่าง ๆ
ใช้น้ำผึ้งแทนสารกันบูดในน้ำสลัด ซึ่งจะทำให้น้ำสลัดไม่เสียและเก็บได้นานถึง 9 เดือน
น้ำผึ้งสามารถนำแปรรูปทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆได้อย่างหลากหลายเช่น มาส์กหน้า สบู่ เจลล้างหน้า สครับ เป็นต้น
น้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะ
ช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงต้านทานโรคต่าง ๆได้ดี
ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตในวัยเด็ก
ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากการทำงานหรือเล่นกีฬา
ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของผู้ป่วยในระยะพักฟื้น หรือผู้สูงอายุ
ช่วยบรรเทาอาการของโรคต่าง ๆให้ดีขึ้น
ช่วยในควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วน
ช่วยบำรุงเลือดในร่างกาย ด้วยการใช้น้ำผึ้งครึ่งช้อนโต๊ะใส่แก้ว แล้วบีบมะนาว ๅ ซีก ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วเติมน้ำร้อนดื่ม
ช่วยรักษาอาการหวัดให้หายเร็วขึ้น
น้ำผึ้งสามารถบรรเทาอาการไอจากหวัดในเด็กได้ดีกว่ายาแก้ไอ
ช่วยรักษาอาการเมาค้าง
ช่วยปรับสมดุลในร่างกายให้คงที่
น้ำผึ้งมีฤทธิ์ยาระงับประสาทอ่อน ๆ จึงช่วยลดอาการหงุดหงิด ความกังวลได้
ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ และช่วยทำให้หลับสบายยิ่งขึ้น

กรดอะมิโน

กรดอะมิโนไม่จำเป็น
กรดอะมิโนกรดกลูตามิก (Glutamic acid) หน้าที่หลักคือเป็นเชื้อเพลิงให้แก่สมอง ช่วยจัดการกับแอมโมเนียส่วนเกิน
กรดแอสพาร์ติก (Aspartic acid) ช่วยในการขับแอมโนเมียซึ่งเป็นสารอันตรายออกจากร่างกาย จึงช่วยปกป้องระบบประสาทส่วนกลาง และยังช่วยเพิ่มความทนทานต่อการเหนื่อยล้าได้ด้วย จึงเหมาะกับนักกีฬาเป็นอย่างมาก
กลูตามีน (Glutamine) เป็นส่วนหนึ่งของกลูต้าไธโอน มีส่วนช่วยให้ฉลาดขึ้น และช่วยเพิ่มระดับของโกรทฮอร์โมน
ไกลซีน (Glycine) ช่วยรักษาภาวะต่อมใต้สมองทำงานน้อย รักษาโรคกล้ามเนื้อฝ่อลีบ รักษาภาวะน้ำตาลต่ำ
ซิสเทอีน (Cysteine) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีความจำเป็นสำหรับทารกและผู้สูงอายุ*
เซรีน (Serine) ช่วยเผาผลาญไขมัน เพิ่มการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้นกันในร่างกาย
ไทโรซีน (Tyrosine) ช่วยส่งเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ และช่วยรักษาอาการซึมเศร้า
โพรลีน (Proline) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยปรับปรับโครงสร้างผิว
อะลานีน (Alanine) ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดอาการต่อมลูกหมากโต
อาร์จีนีน (Arginine) ไวอากร้าจากธรรมชาติ กระตุ้นการหลังโกรทฮอร์โมน เพิ่มจำนวนอสุจิ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายและลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี
แอสพาราจีน (Asparagine) กรดอะมิโนไม่จำเป็นซึ่งร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้
กรดอะมิโนเพิ่มเติม 3 ชนิด (ที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อกรดอะมิโนมาตรฐาน แต่ก็พบเห็นได้บ่อย ๆ)

ซิสทีน (Cystine) ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างโปรตีนในร่างกา
ทอรีน (Taurine) ช่วยส่งเสริมการมองเห็น ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ช่วยให้หัวใจทำงานได้แข็งแรงขึ้น ช่วยรักษาโรควิตกกังวลและโรคลมชักได้
ออร์นิทีน (Ornitine) ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินเพื่อมาช่วเสริมสร้างกล้ามเนื้อ นักเพาะกายจึงนิยมมาก
advertisements
กรดอะมิโนจำเป็น
ทริปโตเฟน (Tryptophan) ลดความเครียด บรรเทาอาการไมเกรน ช่วยส่งเสริมการนอนหลับอย่างเป็นธรรมชาติ
ทรีโอนีน (Threonine) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยเผาผลาญไขมัน และมีส่วนสำคัญในการสร้างกรดอะมิโนอย่าง ไกลซีน และ เซรีน
ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) เพิ่มความตื่นตัวเสริมความจำ บรรเทาอาการซึมเศร้า ลดความอยากอาหาร และช่วยเพิ่มความสนใจในเรื่องเพศ
เมไธโอนีน (Methionine) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลัง และช่วยในการย่อยสลายไขมัน
ลิวซีน (Leucine) ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มพลังให้กล้ามเนื้อ และช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรงขึ้น
ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมสมาธิ ช่วยป้องกันโรคเริมและโรคกระดูกพรุน บรรเทาปัญหาด้านการสืบพันธุ์
วาลีน (Valine) ช่วยกระตุ้นสมรรถนะของสมอง และช่วยประงานกันของกล้ามเนื้อ
ไอโซลิวซีน (Isoleucine) ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท ช่วยพัฒนาการเรียนรู้
ฮิสทิดีน (Histidine) เป็นกรดอะมิโมจำเป็น สำหรับทารกและเด็กเท่านั้น*

ต้นพลองใบใหญ่

ต้นพลองใบใหญ่

ลักษณะของพลองใบใหญ่
ต้นพลองใบใหญ่ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สูงได้ประมาณ 3-8 เมตร

สรรพคุณของพลองใบใหญ่
ตำรายาพื้นบ้านทางภาคอีสานจะใช้ลำต้นพลองใบใหญ่ นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับประจำเดือนของสตรี

การดูแลผิวกาย

การดูแลผิวกายให้ขาวใส เคล็ดลับดี ๆ ที่หลายคนอยากรู้ วันนี้กระปุกดอทคอมมีทริคดี ๆ มาบอกต่อ สาว ๆ ทั้งหลาย ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยจ้า

ใคร ๆ ก็อยากมีผิวกายขาวใสสุขภาพดีกันทั้งนั้น เพราะผิวขาวเปรียบเสมือนใบเบิกทางที่จะทำให้สาว ๆ มีความกล้าและมั่นใจเวลาเข้าสังคมมากยิ่งขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ทำให้เป็นที่น่าจับตามองและเป็นจุดสนใจให้ใครหลายคนอิจฉา ทั้งนี้จึงทำให้สาว ๆ หลายคนที่มีผิวพรรณหม่นหมองทั้งหลายต้องหันไปเพิ่งยาและอาหารเสริมอย่างเช่น กลูต้าไธโอน หรือคอลลาเจน และสารพัดวิธีอีกมากมาย เพื่อต้องการสวยทางลัดและเพื่อให้ผิวขาวขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งบางครั้งอาจเป็นอันตรายต่อผิว หรือบางกรณีอาจไม่ขาวยั่งยืนจนต้องกินยาและอาหารเสริมอยู่บ่อย ๆ ทำให้สิ้นเปลืองเงินทอง และอาจมีผลเสียตามมาได้ในระยะยาว

สำหรับกรณีแบบนี้สาว ๆ ควรแก้ไขด้วยการหันมาใส่ใจตนเองด้วยการให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวกายให้ขาวใสแบบตรงจุดน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่สำคัญยังไม่ต้องกลัวอีกด้วยว่าในระยะยาวจะมีผลเสียตามมา เพราะการดูแลและบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอมีแต่จะให้ประโยชน์ดี ๆ กับตัวคุณเองทั้งนั้น สำหรับสาว ๆ คนไหนที่อยากรู้วิธีที่จะทำให้ผิวขาวใสเนียนนุ่มน่าสมผัสด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ ตามมาดูกันเลยจ้า

บำรุงผิวขาวด้วยการขัดผิว

การขัดผิว ถือเป็นการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกไป ซึ่งจะช่วยเผยผิวกายให้กระจ่างใสมากขึ้น สำหรับการขัดผิวนั้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ขัดผิวด้วยฟองน้ำ แปลง ใยบวบ หินสำหรับขัดผิว หรือแม้แต่การใช้ครีมอาบน้ำที่มีเม็ดสครับผิว เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมขัดผิวขณะอาบน้ำ แต่ทั้งนี้การขัดผิวควรขัดอย่างเบามือและไม่ควรขัดบ่อยจนเกินไป ประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เพราะถ้าหากขัดผิวบ่อยจนเกินไปจะทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้น และอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและผื่นคันบริเวณผิวหนังได้ง่าย

บำรุงผิวขาวด้วยด้วยสมุนไพรไทย

สำหรับตัวช่วยอย่างสมุนไพรไทยที่จะช่วยให้ผิวกายของสาว ๆ ขาวใสขึ้นได้และเป็นที่นิยมอย่างมากคือ มะขามเปียก และขมิ้น โดยมะขามเปียกจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกทำให้ผิวกระจ่างใส ส่วนขมิ้นจะช่วยทำให้ขาวผ่องมากขึ้น เพียงแค่นำมะขามเปียกไปแช่ในน้ำต้มสุกและนำขมิ้นมาปอกเปลือกตำให้ละเอียด จากนั้นให้เอาสมุนไพรทั้งสองตัวมาผสมเข้าด้วยกันกับน้ำผึ้ง ซึ่งน้ำผึ้งจะมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนนุ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อผสมเข้ากันดีแล้วให้นำมาขัดให้ทั่วตัวแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ผิวของคุณก็จะขาวสว่างใสขึ้นได้ทันตาเลยล่ะคะ

บำรุงผิวขาวด้วยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

สำหรับอาหารที่รับประทานแล้วจะช่วยบำรุงผิวกายให้ขาวใสขึ้นได้ สาว ๆ ควรเน้นทานผักและผลไม้ให้ได้ทุกมื้อ เพราะประโยชน์ของผักและผลไม้จะช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ซึ่งหากระบบการขับถ่ายดีก็จะทำให้ผิวพรรณดูขาวใสและเปล่งปลั่งขึ้นได้ทันตาเห็น นอกจากนี้ผักและผลไม้ยังมีสารแอนตี้อ็อกซิแดนซ์ที่จะช่วยกระชับให้ผิวสวยมากขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่ามีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว

บำรุงผิวขาวด้วยการออกกำลังกาย

สาว ๆ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างต่ำวันละ 30 นาที ประมาณ 4-5 วันต่อสัปดาห์ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคลและสิ่งสกปรกใต้ผิว รวมถึงสารพิษต่าง ๆ ภายในร่างกายออกมา ซึ่งจะทำให้ผิวกายของคุณดูสว่างสดใสขึ้นได้ นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิวหนัง ซึ่งสามารถจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิวบริเวณผิวหนังได้อีกด้วย

บำรุงผิวขาวด้วยครีมทาผิว

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่สาว ๆ ควรทำเป็นประจำทุกวันคือต้องทาครีมบำรุงผิวหลังอาบน้ำ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและขาวขึ้น แต่ทั้งนี้ครีมบำรุงผิวที่เลือกใช้ควรจะมีส่วนประกอบของไวท์เทนนิ่ง มอยส์เจอร์ไรเซอร์ และมีวิตามินที่สำคัญสำหรับผิวอย่างเช่น วิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี เป็นต้น นอกจากนี้ก่อนออกจากบ้านสาว ๆ ควรทาครีมกันแดดก่อนประมาณ 20 นาที เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี ทั้งนี้ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ระหว่าง 15 – 29 ซึ่งถือว่ากำลังพอเหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปค่ะ

บำรุงผิวขาวด้วยน้ำนม

หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินคำว่าอาบน้ำแร่แช่น้ำนมกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งสาว ๆ เชื่อไหมคะว่าน้ำนมนั้นเหมาะสำหรับที่จะใช้บำรุงผิวกายอย่างมาก เพราะนมอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่ดีต่อผิว อีกทั้งยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปได้ด้วย เพียงแค่นำน้ำนมมาทาบริเวณผิวกายให้ทั่ว รอสักพักพอเริ่มแห้งแล้วให้ขัดอย่างเบามือ จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำอย่างนี้แค่สัปดาห์ละครั้ง รับรองว่าผิวของสาว ๆ จะค่อย ๆ แลดูขาวขึ้นได้แน่นอนจ้า

บำรุงผิวขาวด้วยการดื่มน้ำมาก ๆ

การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี ซึ่งสาว ๆ ทุกคนควรดื่มน้ำให้ได้อย่างต่ำวันละประมาณ 8-10 แก้ว เพียงเท่านี้ผิวกายของสาว ๆ ก็จะสวยใสสุขภาพดีได้แล้ว

น้ำกล้วย

น้ำกล้วย – กล้วย เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและประสาท ช่วยควบคุมความดันโลหิต เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มความแข็งแรงสมบูรณ์ให้แก่ร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ

ต้นพังแหร

ต้นพังแหร จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีความสูงได้ประมาณ 4-12 เมตร เป็นไม้เนื้ออ่อนโตเร็ว เรือนยอดโปร่งเป็นพุ่มแผ่กว้าง กิ่งก้านออกในแนวขนานกับพื้นดิน ปลายกิ่งลูกลง ตามกิ่งอ่อนมีขนขึ้นปกคลุม เปลือกต้นเป็นสีเขียวอมเทาอ่อนหรือน้ำตาล ผิวบางเรียบเกลี้ยงหรือมีรอยแตกตามยาวบาง ๆ และมีรูอากาศมาก ส่วนเปลือกชั้นในเป็นสีเขียวสด มีเขตการกระจายพันธุ์ในแถบเอเชียตะวันอกเฉียงใต้ จีน ญี่ปุ่น โมลัคคาล์ นิวกินี และประเทศเขตร้อนในทวีปแอฟริกา ส่วนในประเทศไทยมักพบขึ้นตามที่โล่งแจ้ง ป่าเบญจพรรณ และตามชายป่าดงดิบ ที่ระดับความสูง 600-1,500 เมตร

สรรพคุณของพังแหร
แก่นหรือรากใช้ฝนกับน้ำกินเป็นยาเย็น แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ (แก่น, ราก)
เปลือกต้นและใบใช้เป็นยาแก้ไข้มาลาเรีย บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก (เปลือกต้นและใบ)
ลำต้นและกิ่งใช้เป็นยาชงแก้ไข้ ใช้กลั้วปากแก้อาการปวดฟัน (ลำต้นและกิ่ง)
ตำรายาไทยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จะใช้เปลือกต้นนำมาเคี้ยวอมไว้ประมาณ 30 นาที เป็นยาแก้ปากเปื่อย (เปลือกต้น)
ผลและดอกใช้ทำเป็นยาชงสำหรับเด็ก เพื่อรักษาหลอดลมอักเสบ ปวดบวม เยื่อหุ้มปอดอักเสบ (ผลและดอก)
เปลือกต้นใช้เป็นยาแก้บิด ถ่ายพยาธิ (เปลือกต้น)
น้ำต้มจากใบใช้เป็นยาขับพยาธิตัวกลม (ใบ)
ที่ประเทศแอฟริกาจะใช้รากพังแหรเป็นยาแก้ปัสสาวะเป็นเลือด แก้เลือดออกที่กระเพาะอาหารและลำไส้ และใช้เป็นยาห้ามเลือด (ราก)

น้ำแตงโม

น้ำแตงโม – แตงโมมีวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา และมีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ ปากเป็นแผล รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ทำให้สบายท้อง ช่วยลดความดันโลหิต และช่วยขับปัสสาวะ

น้ำเกรปฟรุต

น้ำเกรปฟรุต – น้ำผลไม้รสเปรี้ยวที่มีคุณสมบุติช่วยเผาผลาญไขมันและช่วยลดระดับอินซูลินซึ่งเป็นตัวการของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น การดื่มน้ำเกรปฟรุตคั้นสดก่อนมื้ออาหารทุกมือ จะช่วยทำให้น้ำหนักตัวลดลงมากกว่า 1.5 กิโลกรัม ภายใน 3 เดือน โดยที่ไม่ต้องลดอาหารหรือไดเอ็ทเลย