Archive for สิงหาคม, 2016

การดูแลสุขภาพผิวหน้า

เคล็ดลับการบำรุงผิวในแต่ละวัน

หลังจากที่เราได้เรียนรู้เกียวกับสูตรการทำสปาแบบพื้นฐานที่สามารถทำได้เองที่บ้านไปแล้ว ในเดือนนี้เราก็มีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวในแต่ละวันมาฝากกันเพื่อทำให้คุณมีผิวที่สวยงาม สดใสตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าสมกับเป็นสาวยุคใหม่ เราลองมาสำรวจกันว่า คุณดูแลตัวเองในแต่ละวันได้ตามเคล็ดลับที่ได้ไว้ให้หรือไม่

1.เช็ดล้างเครื่องสำอางออกจากผิวหน้า

สำหรับสาวๆหลายคนอาจจะเข้าใจผิดเรื่องการทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากผิวหน้าด้วยการล้างออกด้วยน้ำเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ถือว่าเป็นความข้าใจผิดอย่างมากเพราะว่าสารประกอบที่ใช้ในการทำเครื่องสำอางประเภทครีมกันแดดจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าประเภท Cleansing หรือ Remover เช็ดเครื่องสำอางออกก่อนการล้างหน้าทุกครั้งซึ่ง Cleansing หรือ Remover จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและสารที่ตกค้างและอุดตันสะสมในผิวออกได้อย่างหมดจด หลังจากนั้นก็ล้างหน้าออกด้วยน้ำสะอาดและ Cleansing แค่นี้คุณก็จะมีผิวหน้าที่สะอาดสดใส

2.ทำความสะอาดผิวด้วยโทนเนอร์

หลังจากที่เราได้ล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณก็ควรที่จะใช้ลำลีชุบโทนเนอร์เช็ดผิวให้ทั่วทั้งใบหน้า วิธีการเช็ดหน้าที่ถูกต้องคือ การเช็ดขึ้นจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบนเพื่อเป็นช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเข้าสู่รูขุมขนและช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

3.ทาครีมบำรุงผิวหน้ากลางวันหรือกลางคืน

หลังจากที่เช็ดหน้าผิวหน้าด้วยโทนเนอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณควรนวดหน้าด้วยนิ้วมือของคุณซึ่งการนวดหน้าจะช่วยกระตุ้นการดูดซึมของเนื้อครีมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดีมากขึ้น

4.การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 PA+++ ขึ้นไป

ในตอนเช้าหลังจากที่เราทาครีมบำรุงผิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวหน้าจากอันตรายของแสงยูวีโดยผลการวิจัยทางการแพทย์ได้ค้นพบว่า ผู้คนส่วนใหญ่ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีจะต้องเผชิญกับแสงยูวีที่เป็นอันตรายต่อผิวมากและความรุนแรงของแสงจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 50-70 ของแสงทั้งหมด การหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งผิวหนัง ผิวหนังไหม้และการเกิดจุดด่างดำจากเม็ดสีผิวได้

5.ดื่มน้ำสะอาดประมาณ 2 ลิตรต่อวัน

น้ำเป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญอย่ายิ่งต่อร่างกายของคนเราซึ่งร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 60-70 ของเหลวในร่างกายทั้งหมดซึ่งคนเราจะมีการสูญเสียน้ำออกมาจากร่างกายผ่านปัสสาวะและเหงื่อออกจากร่างกายอย่างมากที่สุดประมาณ 2 ลิตร ดังนั้นการดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรจะช่วยรักษาความชุ่มชื่นและความสวยงามให้แก่ผิวหนังได้ดี

6.การทานอาหารและทาครีมที่มีช่วยติอต้านการเกิด Anti-oxidant

สารต่อต้านอนุมูลอิสระจะช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระของเซลล์ในร่างกายที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยบนผิว เพื่อป้องกันการเกิดสารอนุมูลอิสระคุณจำเป็นต้องรับประทานผลไม้สดที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเช่น เบอร์รี่ ทับทิม ชา ส้มโอ อะโวคาโด และแครรอท เป็นต้น และการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารต่อต้านอนุมูลอิสระในผิวก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี

7.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนพักผ่อนให้เพียงพอในตอนกลางคืนและการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวจะช่วยสร้างกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวใหม่ได้ผลดีที่สุด โดยที่คุณภาพของการนอนจะช่วยสร้างการผ่อนคลายและเสริมสร้างสารอาหารให้แก่เซลล์ผิวได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างกระบวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและการเผาผลาญพลังงานในร่างกายอย่างสมดุล ถ้าหากว่าเรามีการนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะส่งผลต่อทำให้ผิวเกิดการอ่อนล้า ความสามารถในการฟื้นฟูและการซ่อมแซมเซลล์ผิวใหม่จะลดลงทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำและหยาบกร้าน เป็นสิวอักเสบได้ง่าย นอกจากนี้มันยังส่งผลทำให้เกิดผิวแพ้ง่ายได้อีกด้วย

8.ออกกำลังวันละ 30 นาที

การออกกำลังกายให้เหงื่อออกเป็นการขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีทางหนึ่งและทำให้ระบบไหลเวียนของเลือด ปอด หัวใจทำงานดีขึ้น ผิวพรรณสวยงาม ช่วยผ่อนคลายความเครียดทำให้นอนหลับสบาย , ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นและช่วยควบคุมน้ำหนักตัว เป็นต้น ถ้าหากว่าคุณได้ทำตามเคล็ดลับที่เรานำฝากกันได้ทุกวัน เราเชื่อว่าคุณจะมีผิวที่สวยสมวัย และมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงตลอดไป

การดูแลสุขภาพช่องปาก

สุขภาพช่องปากที่ดีเป็นอย่างไร
สุขภาพช่องปากที่ดีแสดงให้เห็นได้จากลักษณะและไม่มีกลิ่นปาก ซึ่งรวมถึงลักษณะดังต่อไปนี้

ฟันที่ขาวสะอาดปราศจากคราบ
เหงือกที่ยึดติดกับฟันอย่างแข็งแรง และไม่มีอาการเจ็บหรือเลือดออกขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นปากเกิดขึ้นเป็นประจำ

ถ้าหากเหงือกของคุณมีอาการเจ็บ หรือเลือกออกขณะแปรงฟัน หรือคุณมีปัญหาเรื่องกลิ่นปากมาอย่างต่อเนื่อง ได้เวลาที่คุณจะต้องไปพบทันตแพทย์แล้ว เพราะอาการเหล่านี้บ่งชี้ให้เห็นถึงปัญหาในช่องปาก

ทันตแพทย์จะช่วยสอนให้คุณได้รู้ถึงเทคนิคการรักษาสุขภาพในช่องปากที่ถูกต้อง และช่วยแนะนำถึงพื้นที่บางส่วนในปากของคุณที่จำเป็นต้องมีการดูแลเป็นพิเศษในขณะแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน
ทำอย่างไรเพื่อให้มีสุขภาพช่องปากที่ดี?

การดูแลรักษาสุขภาพของชองปากที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพเหงือกและฟันที่ดี สุขภาพฟันที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณดูดี และรู้สึกดี แต่มันยังช่วยทำให้คุณรับประทานอาหาร และพูดได้ดีขึ้นอีกด้วย สุขภาพช่องปากที่ดีจึงถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

การปกป้องดูแลสุขภาพฟันให้ดีอยู่ทุกวัน ซึ่งรวมถึงการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันที่ถูกวิธีนั้นจะช่วยป้องกันปัญหาก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจนลุกลามใหญ่โต อีกทั้งยังทำไห้ไม่ต้องเผชิญความเจ็บปวด ความวิตกกังวล และใช้ค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการรักษาหลังเกิดปัญหาแล้ว

นอกเหนือจากการไปพบทันตแพทย์เป็นประจำแล้ว ยังมีวิธีง่ายๆที่ช่วยลดการเกิดอาการฟันผุ โรคเหงือก และปัญหาทางทันตกรรมต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังต่อไปนี้

แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ วันละสองเวลา
รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และจำกัดการรับประทานขนมขบเคี้ยวระหว่างมื้ออาหาร
ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เช่น ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ในกรณีที่ได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์
ควบคุมดูแลให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ดื่มน้ำที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ หรือรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ในกรณีที่เด็กเหล่านั้นอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งฟลูออไรด์ธรรมชาติ
การแปรงฟันที่ถูกวิธี

เอียงแปรงสีฟันให้ทำมุม 45 องศากับรอยต่อของฟันและเหงือก และแปรงหรือขยับขนแปรง โดยปัดออกจากรอยต่อของฟันและเหงือก
แปรงทั้งด้านนอก ด้านใน และด้านคบเคี้ยวของฟัน โดยขยับแปรงไปมาในแนวนอนสั้นๆ อย่างเบามือ
แปรงลิ้นเบาๆ เพื่อเป็นการกำจัดแบคทีเรีย และเพื่อลมหายใจที่สดชื่นมากขึ้น
การใช้ไหมขัดฟันที่ถูกวิธี

ใช้ไหมขัดฟันความยาวประมาณ 18 นิ้ว และพันรอบนิ้วกลางทั้งสองข้างจนเหลือเนื้อที่สำหรับใช้งานประมาณ 1-2 นิ้ว
เคลื่อนไหมไปมาเบาๆตามซอกและส่วนโค้งของฟัน
ทำความสะอาดจนแน่ใจว่าซอกและรอยต่อของเหงือกและฟันสะอาดดีแล้ว แต่ต้องระวังไม่ให้ไหมบาดเหงือก

น้ำผึ้ง

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง
ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย
ช่วยลดและป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ดูมีน้ำมีนวลเป็นธรรมชาติ
พอกหน้าด้วยน้ำผึ้งช่วยบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ชุ่มชื่นและนุ่มนวล หลังล้างหน้าเสร็จให้นำกล้วยหอมครึ่งลูก นำมาบดผสมรวมกับน้ำผึ้งแล้วยำมาทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
ช่วยบำรุงรักษาผิวหน้าที่แห้งแตกลอกเป็นขุย ด้วยการนำไข่แดง 1 ฟองผสมกับน้ำผึ้งผสม 1 ช้อน คนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก
ช่วยบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำ
ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนัง
ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสวยเงางาม หลังสระผมเสร็จให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ นำมาชโลมให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก
ช่วยบำรุงเสียงให้ใส ลดอาการเจ็บคอ
ช่วยลดสิวเสี้ยน สิวอุดตันบนใบหน้า หลังล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเสร็จแล้ว ให้นำกล้วยหอมครึ่งลูก นำมาบดผสมรวมกับน้ำผึ้งแล้วยำมาทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
นิยมนำมาใช้ผสมในเครื่องต่าง ๆ เช่น นม ชา กาแฟ โยเกิร์ต น้ำมะนาว หรือแม้กระทั่งเบียร์หรือไวน์
นำมาใช้เป็นส่วนผสมในขนมหวานต่าง ๆ หรือผลิตภัณฑ์ธัญญพืชต่าง ๆ
ใช้น้ำผึ้งแทนสารกันบูดในน้ำสลัด ซึ่งจะทำให้น้ำสลัดไม่เสียและเก็บได้นานถึง 9 เดือน
น้ำผึ้งสามารถนำแปรรูปทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆได้อย่างหลากหลายเช่น มาส์กหน้า สบู่ เจลล้างหน้า สครับ เป็นต้น
น้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะ
ช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงต้านทานโรคต่าง ๆได้ดี
ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตในวัยเด็ก
ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากการทำงานหรือเล่นกีฬา
ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของผู้ป่วยในระยะพักฟื้น หรือผู้สูงอายุ
ช่วยบรรเทาอาการของโรคต่าง ๆให้ดีขึ้น
ช่วยในควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วน
ช่วยบำรุงเลือดในร่างกาย ด้วยการใช้น้ำผึ้งครึ่งช้อนโต๊ะใส่แก้ว แล้วบีบมะนาว ๅ ซีก ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วเติมน้ำร้อนดื่ม
ช่วยรักษาอาการหวัดให้หายเร็วขึ้น
น้ำผึ้งสามารถบรรเทาอาการไอจากหวัดในเด็กได้ดีกว่ายาแก้ไอ
ช่วยรักษาอาการเมาค้าง
ช่วยปรับสมดุลในร่างกายให้คงที่
น้ำผึ้งมีฤทธิ์ยาระงับประสาทอ่อน ๆ จึงช่วยลดอาการหงุดหงิด ความกังวลได้
ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ และช่วยทำให้หลับสบายยิ่งขึ้น

กรดอะมิโน

กรดอะมิโนไม่จำเป็น
กรดอะมิโนกรดกลูตามิก (Glutamic acid) หน้าที่หลักคือเป็นเชื้อเพลิงให้แก่สมอง ช่วยจัดการกับแอมโมเนียส่วนเกิน
กรดแอสพาร์ติก (Aspartic acid) ช่วยในการขับแอมโนเมียซึ่งเป็นสารอันตรายออกจากร่างกาย จึงช่วยปกป้องระบบประสาทส่วนกลาง และยังช่วยเพิ่มความทนทานต่อการเหนื่อยล้าได้ด้วย จึงเหมาะกับนักกีฬาเป็นอย่างมาก
กลูตามีน (Glutamine) เป็นส่วนหนึ่งของกลูต้าไธโอน มีส่วนช่วยให้ฉลาดขึ้น และช่วยเพิ่มระดับของโกรทฮอร์โมน
ไกลซีน (Glycine) ช่วยรักษาภาวะต่อมใต้สมองทำงานน้อย รักษาโรคกล้ามเนื้อฝ่อลีบ รักษาภาวะน้ำตาลต่ำ
ซิสเทอีน (Cysteine) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีความจำเป็นสำหรับทารกและผู้สูงอายุ*
เซรีน (Serine) ช่วยเผาผลาญไขมัน เพิ่มการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้นกันในร่างกาย
ไทโรซีน (Tyrosine) ช่วยส่งเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ และช่วยรักษาอาการซึมเศร้า
โพรลีน (Proline) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยปรับปรับโครงสร้างผิว
อะลานีน (Alanine) ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดอาการต่อมลูกหมากโต
อาร์จีนีน (Arginine) ไวอากร้าจากธรรมชาติ กระตุ้นการหลังโกรทฮอร์โมน เพิ่มจำนวนอสุจิ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายและลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี
แอสพาราจีน (Asparagine) กรดอะมิโนไม่จำเป็นซึ่งร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้
กรดอะมิโนเพิ่มเติม 3 ชนิด (ที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อกรดอะมิโนมาตรฐาน แต่ก็พบเห็นได้บ่อย ๆ)

ซิสทีน (Cystine) ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างโปรตีนในร่างกา
ทอรีน (Taurine) ช่วยส่งเสริมการมองเห็น ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ช่วยให้หัวใจทำงานได้แข็งแรงขึ้น ช่วยรักษาโรควิตกกังวลและโรคลมชักได้
ออร์นิทีน (Ornitine) ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินเพื่อมาช่วเสริมสร้างกล้ามเนื้อ นักเพาะกายจึงนิยมมาก
advertisements
กรดอะมิโนจำเป็น
ทริปโตเฟน (Tryptophan) ลดความเครียด บรรเทาอาการไมเกรน ช่วยส่งเสริมการนอนหลับอย่างเป็นธรรมชาติ
ทรีโอนีน (Threonine) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยเผาผลาญไขมัน และมีส่วนสำคัญในการสร้างกรดอะมิโนอย่าง ไกลซีน และ เซรีน
ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) เพิ่มความตื่นตัวเสริมความจำ บรรเทาอาการซึมเศร้า ลดความอยากอาหาร และช่วยเพิ่มความสนใจในเรื่องเพศ
เมไธโอนีน (Methionine) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลัง และช่วยในการย่อยสลายไขมัน
ลิวซีน (Leucine) ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มพลังให้กล้ามเนื้อ และช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรงขึ้น
ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมสมาธิ ช่วยป้องกันโรคเริมและโรคกระดูกพรุน บรรเทาปัญหาด้านการสืบพันธุ์
วาลีน (Valine) ช่วยกระตุ้นสมรรถนะของสมอง และช่วยประงานกันของกล้ามเนื้อ
ไอโซลิวซีน (Isoleucine) ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท ช่วยพัฒนาการเรียนรู้
ฮิสทิดีน (Histidine) เป็นกรดอะมิโมจำเป็น สำหรับทารกและเด็กเท่านั้น*

ต้นพลองใบใหญ่

ต้นพลองใบใหญ่

ลักษณะของพลองใบใหญ่
ต้นพลองใบใหญ่ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สูงได้ประมาณ 3-8 เมตร

สรรพคุณของพลองใบใหญ่
ตำรายาพื้นบ้านทางภาคอีสานจะใช้ลำต้นพลองใบใหญ่ นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับประจำเดือนของสตรี